เครือข่ายผู้ปกครอง

หน้าแรก » ข้อบังคับชมรมผู้ปกครองและครู

ข้อบังคับชมรมผู้ปกครองและครู

IMG_20131127_1[1]
ข้อบังคับ
ชมรมผู้ปกครองและครูโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม
หมวดที่ 1 ทั่วไป
ข้อ 1 ชมรมนี้มีชื่อว่า “ชมรมผู้ปกครองและครูโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม”
มีชื่อย่อว่า “ ชปค.พพ” สำนักงานใหญ่ของชมรม ตั้งอยู่เลขที่ 31 ถนนคลองคะเชนทร์ ตำบลในเมือง
อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000
ข้อ 2 เครื่องหมายของชมรม มีลักษณะเช่นเดียวกับตราของโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม
คงเปลี่ยนเฉพาะตัวหนังสือ กล่าวคือ ใช้คำว่า ชมรมผู้ปกครองและครู แทนคำว่า โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม
ส่วนด้านล่างใช้คำว่า โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม แทนคำว่า จังหวัดพิจิตร เครื่องหมายของชมรมนี้
ใช้เฉพาะในกิจการของชมรม
ข้อ 3 สำนักงานใหญ่ของชมรมตั้งอยู่ ณ โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม
เลขที่ 31 ถนนคลองคะเชนทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000
ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของชมรมคือ
      4.1 เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดี แลกเปลี่ยนความรู้
และความคิดเห็นระหว่างผู้ปกครองนักเรียนและครู
      4.2 เพื่อให้ความร่วมมือ และช่วยเหลือในการส่งเสริมการศึกษา
ของนักเรียน การแก้ปัญหาเกี่ยวกับนักเรียน และอบรมนักเรียนให้ดีขึ้น ในด้านศีลธรรม วัฒนธรรม จรรยามารยาท
      4.3 เพื่อส่งเสริม สวัสดิการของนักเรียน และสมาชิก
      4.4 เพื่อให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจการของโรงเรียน
      4.5 ร่วมมือกับรัฐบาล องค์การ ชมรม บุคคล หรือคณะบุคคลในอันที่จะส่งเสริมให้เยาวชน
เป็นพลเมืองดีของชาติ
      4.6 ชมรมนี้ ไม่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง
      4.7 ชมรมจะไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด หรือเล่นการพนันทุกชนิดภายในชมรมอย่างเด็ดขาด
      4.8 ชมรมจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
หมวดที่ 2 สมาชิกชมรม
ข้อ 5 สมาชิกมี 2 ประเภทคือ
      5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
         5.1.1 บิดา มารดา หรือผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังศึกษา หรือเคยศึกษาอยู่ในโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม และครูโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม
         5.1.2 ผู้ที่เป็นครู หรือเคยเป็นครู อาจารย์โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม
         5.1.3 นักเรียนเก่าโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม หรือผู้ที่สนใจสนับสนุนการศึกษาในโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม
      5.2 สมาชิกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ ผู้มีอุปการคุณแก่ชมรม
ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกชมรม
ข้อ 6 สมาชิกผู้สมัครเป็นสมาชิกสามัญต้องมีคุณสมบัติดังนี้
      6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
      6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
      6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรักเกียจ
      6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ
หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ ต้องคำพิพากษาของศาล
ถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของชมรมเท่านั้น
ข้อ 7 ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงชมรม
      7.1 สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นครั้งแรก 50 บาท ค่าบำรุงชมรมสำหรับผู้ปกครองนักเรียนและครู 200 บาทต่อปี
      7.2 สมาชิกสามัญ ที่เป็นครูโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
      7.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ข้อ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ให้ผู้ปกครองทุกคนเป็นสมาชิกของชมรมยื่นใบสมัครตามแบบ ของชมรมต่อเลขาธิการ โดยผู้ปกครองที่มีบุตรมากกว่า 1 คน ให้ชำระเงินบำรุงมีสมาชิกเพียง 1 คน และให้เลขาธิการรับรองอย่างน้อย 1 คน และให้เลขาธิการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของชมรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆของชมรมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขาธิการนำใบสมัครและหนักสือคัดค้านสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประขุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของชมรมและเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
ข้อ 9 ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมให้เสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ และสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก
ข้อ 10 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการ ได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ได้มายังชมรม
ข้อ 11 สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุต่อไปนี้
     11.1 ตาย
     11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้ พิจารณาอนุมัติและสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างกับชมรมเป็นที่เรียบร้อย
     11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิกตาม ข้อ 6 เมื่อบุตรจบการศึกษาแล้ว
     11.4 ขาดการชำระค่าบำรุงรายปีตามที่คณะกรรมการกำหนด
     11.5 ที่ประชุมใหญ่ของชมรม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อ ออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม
ข้อ 12 สิทธิหน้าที่ของสมาชิก
     12.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของชมรมโดยเท่าเทียมกัน
     12.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของชมรมต่อคณะกรรมการ
     12.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
     12.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของชมรม
     12.5 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งให้เป็นกรรมการชมรม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนน
     12.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของชมรม
     12.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
     12.8 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับชมรมโดยเคร่งครัด
     12.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของชมรม
     12.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของชมรม
     12.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
     12.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
     12.13 ผู้ที่จะไปเป็นตัวแทนของชมรมในการคณะกรรมการต่างๆ ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการของชมรม โดยเสียงกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการที่มาประชุม
หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการชมรม
ข้อ 13 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของชมรมมีจำนวนอย่างน้อย 15 คน อย่างมากไม่เกิน 39 คน
คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของชมรม และให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็นประธานชมรม 1 คน และรองประธาน 2 คน จากผู้อำนวยการโรงเรียนพิจิตรพิทยาคมเป็นรองประธานคนที่ 1 สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งต่างๆ ให้ประธานชมรมเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆของชมรมตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้
     13.1 ประธานชมรม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของชมรม เป็นผู้แทนชมรมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชมใหญ่ของชมรม
     13.2 รองประธานชมรม ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานชมรมในการบริหารกิจการชมรมปฏิบัติตามหน้าที่ประธานชมรมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนประธานชมรมเมื่อประธานชมรมไม่อยู่ หรือไม่สามารถ จะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนประธานชมรม ให้รองประธานตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
     13.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมทังหมดเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของชมรมในการปฏิบัติกิจการของชมรม ปฏิบัติตามคำสั่งของประธานชมรม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขาธิการในการประชุมต่างๆ ของชมรม และจัดทำทะเบียนวัสดุครุภัณฑ์ของชมรม
     13.4 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของชมรม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของชมรมไว้เพื่อตรวจสอบ
     13.5 ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแชกของชมรม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของชมรมและจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของชมรม
     13.6 นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของชมรม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงชมรมจากสมาชิก
     13.7 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิกาจและชื่อเสียงเกียรติคุณของชมรมให้สมาชิก เป็นบุคคลโดยทั่วไปให้ผู้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
     13.8 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสมซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อร่วมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นคณะกรรมการ
ข้อ 14 คณะกรรมการของชมรมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อ 15 ตำแหน่งกรรมการชมรม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
ข้อ 16 กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้
     16.1 ตาย
     16.2 ลาออก
     16.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
     16.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อ 17 กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการมีมติให้ออก
ข้อ 18 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
     18.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้น จะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
     18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของชมรม
     18.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
     18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
     18.5 มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
     18.6 มีอำนาจบริหารกิจการของชมรม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
     18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม
     18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญ จำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มี การประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
     18.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆของชมรมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
     18.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของชมรม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
     18.11 ให้ความเห็นชอบแก่สมาชิกไปเป็นตัวแทนในคณะกรรมการต่างๆ โดยมติสามในสี่ของคณะกรรมการที่มาประชุม
     18.12 มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
ข้อ 19 คณะกรรมการต้องต้องประชุมอย่างน้อยสองเดือน 1 ครั้ง ตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของชมรม
ข้อ 20 การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของประชุมคณะกรรมการ ถ้าของบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 21 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานชมรมและรองประธานชมรมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่
ข้อ 22 การประชุมใหญ่ของสมาชิกมี 2 ชนิด
22.1 การประชุมใหญ่สามัญ
22.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ 23 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละ 1 ครั้งภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนที่ 1 ของทุกๆปี
ข้อ 24 ประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้นได้ หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
ข้อ 25 การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขาธิการ เป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของชมรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่
ข้อ 26 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
     26.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
     26.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
     26.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
     26.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
     26.5 เรื่องอื่นๆถ้ามี
ข้อ 27 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้ว ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และให้จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าต้องครบองค์ประชุม
ข้อ 28 การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียง ข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 29 ในการประชุมใหญ่ของชมรม ถ้าประธานชมรมและอุปประธานชมรมไม่ร่วมประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ 30 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการเงินสดของชมรมถ้ามีให้นฝากไว้ในธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่มั่นคง
ข้อ 31 การลงนามในตั๋วเงินหรือเซ็คของชมรม จะต้องมีลายมือของประธานชมรมหรือรองประธาน เหรัญญิก หรือเลขาธิการ ผู้ทำการแทน ลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขาธิการ (สามคนในห้าคน) พร้อมกับประทับชมรมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ 32 ให้ประธานชมรมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของชมรมครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
ข้อ 33 ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของชมรมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน)
ข้อ 34 เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของประธานชมรมหรือผู้ทำการ แทนร่วมกับเหรัญญิกหรือ ผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของชมรมทุกครั้ง
ข้อ 35 ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของชมรม และจะต้องเป็นสอบบัญีชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 36 ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของชมรมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของชมรมได้
ข้อ 37 คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและเลิกชมรม
ข้อ 38 ข้อบังคับชมรมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ 39 การเลิกชมรมจะเลิกได้ก็โดยมติที่ประชุมใหญ่ของชมรม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมายมติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกชมรมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดและองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ 40 เมื่อชมรมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สิของชมรมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการของโรงเรียนต่อไป
หมวดที่ 7
บทเฉพาะกาล
ข้อ 41 ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่ชมรมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ 42 เมื่อชมรมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิกของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: